ฟาร์มเลี้ยงนกเขาชวาเสียงที่มีคุณภาพอีกแห่งหนึ่งในสตูล

Date Posted : 07/10/2009 13:47:37

Rating :

Views : 7993


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม อย่างวิญญูชน พึงกระทำ พร้อมลงนาม

2. ทีม Nationchannel.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความ ที่ หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่ หยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด กล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม

4. ทุกความคิดเห็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ ทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ และ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ทุกกรณี ประกอบกับทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ใน การลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น

 

แสดงความคิดเห็น
Share

user_iconอันดามัน

      เจ๊ะบิลังฟาร์ม ฟาร์มเลี้ยงนกเขาชวาที่มีคุณภาพของ จ.สตูล ที่เจ้าของสะสมประสบการณ์มากว่า 25 ปี

       นายพิสิฐ หลังจิ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 381 ม. 2 เขตเทศบาลตำบลเจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล เจ้าของเจ๊ะบิลังฟาร์ม กล่าวว่าตนเองได้เลี้ยงนกเขาชวาเสียงมากว่า 25 ปี โดยสาเหตุที่ได้ทำการเลี้ยงนกเขาชวาเสียง นั้นเนื่องจากว่า ตนเองชอบที่จะเลี้ยงนกต่าง ๆ แต่ที่ตัดสินใจเลือกเลี้ยงนกเขาชวาเสียงเนื่องจากว่านกชนิดนี้จะเป็นนกที่มีเสียงร้องที่ไพเราะ ฟังแล้วเกิดสุนทรียภาพ ทางการฟัง โดยในขั้นแรกตนเองได้ทำการซื้อนกเขาชวาเสียงมาจำนวน 2 ตัว หรือ 1 คู่ ตัวผุ้ตัวเมีย และได้ทำการเพาะพันธุ์ โดยได้ทำการซื้อเพิ่มมาอีก เลื่อย ๆ จนขณะนี้ มีนกที่เลี้ยงอยู่ในบ้านจำนวน 100 กว่าตัว และมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อีก 21 คู่ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดที่จะขายแต่เมื่อมีปริมาณมากเข้าและมีกลุ่มผู้เลี้ยงนกเขาชวาเสียงต้องการจึงได้ขายไป โดยราคาจะอยู่ที่ตัวละ 5,000 ถึง 500,000 บาท ขึ้นอยู่กับเสียงของนกที่ร้องออกมา ในแต่ละเดือนสามารถขายได้ถึง 10 คู่ และนกเขาชวาเสียงจะสามารถออกลูกได้เดือนละ 4 ตัว คือ 15 วัน ไข่จะแตกลูกครั้ง ครั้งละ 2 ตัว สำหรับการแข่งขันที่ตนเองได้นำนกไปแข่งขันนั้นตลอดมาจะได้รางวัลกลับมาเป็นรางวัลใหญ่บ้างเล็กบ้างแล้วแต่ แต่ครั้งที่ได้รางวัลมากที่สุด ชื่อนกตะรุเตา แข่งขันที่สนามนราธิวาส ในงานวันลองกอง เมื่อวันที่ 22 – 23 ก.ย. 52 ที่ผ่านมาได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ รัตนราชสุดา จนขณะนี้ถือว่าการเลี้ยงนกเขาชวาขายถือว่าเป็นรายได้หลักแก่ครอบครัว โดยลูกค้าที่มาขอซื้อนกไปเลี้ยง จะอยู่ทั่วประเทศโดยเฉพาะแถบภาคกลาง และยังมีลูกค้าจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เข้ามาติดต่อขอซื้อ แต่จะเกิดปัญหาของการขนส่งที่ไม่สะดวก เนื่องจาก ทางสายการบิน และรถทัวร์จะไม่อนุญาตให้นกขึ้นเครื่องได้ ส่วนปัญหาของลูกค้าต่างประเทศจะเกิดปัญหาในเรื่องของการขนย้ายข้ามประเทศที่จะมีปัญหาข้อจำกัดแยะมาก

       นายพิสิฐ หลังจิ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเลี้ยงนกเขาชวานั้น จะไม่มีปัญหามากนักเนื่องจากนกจะกินข้าวเปลือก และดอกหญ้า เมื่อนำลูกนกไปเลี้ยงไว้ประมาณ 6 เดือนก็สามารถที่จะส่งเข้าแข่งขันได้แล้ว สำหรับในพื้นที่ จ.สตูล ก็ได้มีผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียงกันเป็นจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัดสตูลแต่เราไม่มีสถานที่ไว้รองรับทำการแข่งขัน อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้มีการส่งเสริมในเรื่องของการเลี้ยงนก และสถานที่แข่งขันนก ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้จังหวัดอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นด้านสถานที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ก็จะเกิดการซื้อขายสินค้า เนื่องจากผู้ที่จะเข้าร่วมแข่งขันนกเขาชวาเสียงนั้นจะต้องมาพักที่สตูลอย่างน้อย 3 – 7 วัน ก่อนวันแข่งขัน เพื่อนำนกมาปรับอุณหภูมิของร่างกาย ก่อนที่จะทำการแข่งขัน และประการสำคัญยังเป็นการแก้ปัญหายาเสพติดในเด็กวัยรุ่น เนื่องจากเด็กวัยรุ่นที่ต้องการเลี้ยงนกจะไม่ไปมั่วสุมกับยาเสพติด ตอนเช้าจะต้องอาบน้ำให้นก ให้อาหารนก แล้วนำนกตากแดด ตอนเที่ยงจะต้องเก็บนกเนื่องจากแดดร้อนเกินไปแล้วช่วงบ่ายก็จะนำนกตกแดดอีกครั้งหนึ่ง ประการสำคัญหากเกิดฝนตกจะต้องรีบกลับมาเก็บนกเข้าที่ร่ม หากนกเกิดถูกฝนก็จะทำให้นกเป็นหวัด ไม่สบาย จะต้องรับนำนกเข้าที่ร่ม และหากตากนกไว้นาน ๆ เจ้าของไม่เฝ้า จะมีการขโมยนก ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กวัยรุ่นไปมั่วสุมกับยาเสพติดเนื่องจากไม่มีเวลาว่างพอ

      

      ชิดชนก / สตูล

      

      

      

Catagory : ภูมิภาค

Tags : ภาพผู้เลี้ยงนกเขาชวาเสียง

URL :

Embed :